
โอ้โหคุณผู้ชม! บอกเลยว่าเรซนี้ที่บาร์เซโลนา-กาตาลุนญ่า มีครบทุกรสชาติจริงๆ ทั้งดราม่า ทั้งน้ำตา และประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการ F1 ที่ทำเอาแฟนความเร็วทั่วโลกต้องร้องกรี๊ด!
🔴 ประวัติศาสตร์หน้าใหม่! ลูอิส แฮมิลตัน x เฟอร์รารี่
ในที่สุดสิ่งที่ทุกคนรอคอยก็เกิดขึ้น! ลูอิส แฮมิลตัน พิสูจน์ให้เห็นว่า ‘เก๋าเกม’ ของจริงคืออะไร ด้วยการพารถสีแดงแรงฤทธิ์ของ เฟอร์รารี่ พุ่งทะยานเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่ง คว้าชัยชนะครั้งแรกในนามทีมม้าลำพองได้สำเร็จในการลงแข่งนัดที่ 31 กับทีม ซึ่งนี่คือชัยชนะครั้งแรกของเจ้าตัวนับตั้งแต่รายการเบลเยียม กรังด์ปรีซ์ ปี 2024 และยังเป็นชัยชนะครั้งแรกของทีมเฟอร์รารี่นับตั้งแต่ คาร์ลอส ซายน์ซ เคยทำไว้ที่เม็กซิโก ปี 2024 อีกด้วย!
จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่ ‘กึ๋น’ ของทีมงานเฟอร์รารี่ที่งัดกลยุทธ์ Three-stop strategy มาใช้ ซึ่งแอดบอกเลยว่านี่คือ Masterstroke หรือการเดินหมากที่เหนือชั้นสุดๆ โดยเฉพาะจังหวะ Virtual Safety Car (VSC) ในรอบที่ 41 หลังจาก เฟอร์นันโด อลอนโซ่ จอดสนิทที่โค้ง 9 ทำให้แฮมิลตันฉวยโอกาสเข้าพิทและกลับมานำหน้า จอร์จ รัสเซลล์ ได้อย่างเฉียบคม
💔 คิมี อันโตเนลลี กับฝันร้ายที่เลี่ยงไม่ได้
แต่ในขณะที่ฝั่งหนึ่งฉลอง อีกฝั่งกลับต้องหลั่งน้ำตาครับ คิมี อันโตเนลลี ดาวรุ่งพุ่งแรงของ เมอร์เซเดส ที่นำโด่งมาตลอดและกำลังจะคว้าแชมป์ กลับต้องมาเจอฝันร้ายเมื่อเครื่องยนต์พังพินาศในช่วง 3 รอบสุดท้ายก่อนจบการแข่งขัน! จากที่ควรจะได้โพเดียมอันดับ 2 กลับต้องกลายเป็นศูนย์ในพริบตา
อันโตเนลลีให้สัมภาษณ์ด้วยความบอบช้ำว่า “ผมไม่เห็นมันล่วงหน้าเลย อยู่ดีๆ พอถึงจุด apex ของโค้ง 5 รถก็ดับไปเฉยๆ มันเป็นแบบนี้แหละครับ ส่วนหนึ่งของการแข่งขัน เราทำอะไรไม่ได้แล้ว” และยังเสริมอีกว่า “ผมรู้สึกว่างเปล่าทางอารมณ์ในตอนนี้ เพราะผมยังพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เลย”

⚠️ สัญญาณอันตรายของเมอร์เซเดส: รถแรงแต่ไม่ทน?
เรื่องนี้ทำเอา โตโต้ วูล์ฟฟ์ ถึงกับกุมขมับ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก! เมอร์เซเดสเจอเครื่องยนต์พังไปแล้ว 2 ครั้งจาก 3 เรซล่าสุด (มอนทรีออล และ บาร์เซโลนา) โดยเชื่อว่าสาเหตุหลักมาจากระบบแบตเตอรี่ ซึ่งก่อนหน้านี้ จอร์จ รัสเซลล์ ก็เคยโดนเครื่องพังขณะกำลังนำในมอนทรีออลมาแล้ว
จากที่เคยเริ่มต้นปี 2026 ได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยการชนะ 6 จาก 7 สนามแรก ตอนนี้ความมั่นใจเริ่มสั่นคลอน เพราะแต้มหายไปมหาศาล ทั้ง 25 แต้มที่มอนทรีออล และอีก 18 แต้มจากอันโตเนลลีในครั้งนี้ ส่งผลให้คะแนนนำของอันโตเนลลีเหนือแฮมิลตันลดลงจาก 59 แต้ม เหลือเพียง 41 แต้มเท่านั้น
🏁 สรุปภาพรวมและโพเดียมสายเลือดบริติช
ปิดท้ายด้วยโพเดียมที่เป็น All-British อย่างแท้จริง โดยมี ลูอิส แฮมิลตัน นำมา ตามด้วย จอร์จ รัสเซลล์ และ แลนโด นอร์ริส จากแม็คลาเรน ส่วนฝั่ง แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน วันนี้ดวงไม่ดี เจอช่วงเริ่มเกมด้วยยาง Soft ที่ทำงานได้ไม่ดี แถมยังโดนพิทสต็อปช้าถึง 4.5 วินาที ทำเอาหลุดกลุ่มหน้าไปไกล
- อันดับ 1: ลูอิส แฮมิลตัน (เฟอร์รารี่)
- อันดับ 2: จอร์จ รัสเซลล์ (เมอร์เซเดส)
- อันดับ 3: แลนโด นอร์ริส (แม็คลาเรน)
- อันดับ 6: ไอแซก แฮดจาร์ (เรดบูลล์ เรซซิ่ง)
- อันดับ 7 & 8: ปิแอร์ แกสลีย์ และ ฟรังโก้ โคลาปินโต้ (อัลพีน)
- อันดับ 9 & 10: เลียม ลอว์สัน และ อาร์บิด ลินด์บลัด (อาร์บี)
ส่วน ชาร์ลส์ เลอแคลร์ และ เฟอร์นันโด อลอนโซ่ ต้องจอดป้าย Retire ไปด้วยปัญหาทางเทคนิคอย่างน่าเสียดาย
ที่มา: motorsport.com