
บอกเลยว่างานนี้มีหัวร้อน! ใครจะไปคิดว่ารีไทร์ออกจากสนามไปแล้วยังต้องมาโดนทำโทษอีก? เรื่องของเรื่องคือ คิมี อันโตเนลลี จ่าฝูงสุดฮอตของซีซัน 2026 ที่เพิ่งจะเจอฝันร้ายในรายการ บาร์เซโลนา-กาตาลุนญ่า กรังด์ปรีซ์ เมื่อรถคู่ใจดันมาลาโลกเอาดื้อๆ แต่ที่พีคกว่าคือหลังจบเรซ สจ๊วตดันสั่งลงโทษปรับเวลาเพิ่มอีก 5 วินาที! คือแบบ… พี่ครับ รถผมพังไปแล้ว จะเอา 5 วินาทีนี้ไปบวกกับอะไร? 555
ย้อนกลับไปดูรูปเกมกันหน่อย อันโตเนลลีออกตัวจากกริดสตาร์ทอันดับ 3 และพยายามไล่บี้ ลูอิส แฮมิลตัน กับเพื่อนร่วมทีมอย่าง จอร์จ รัสเซลล์ มาตลอดทั้งเรซ จนกระทั่งเหลืออีกแค่ 5 รอบสุดท้าย เจ้าหนูคิมีก็โชว์ความเก๋าแซงรัสเซลล์ขึ้นมาได้สำเร็จ แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลก เพราะหลังจากแซงได้ไม่นาน รถก็เกิดปัญหาจนต้องรีไทร์ไปแบบน่าเสียดาย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของซีซันที่เขาไม่ได้เห็นธงตราหมากรุก
แต่จุดดราม่ามันอยู่ตรงนี้! ในขณะที่แข่งอยู่ ปีเตอร์ บอนนิงตัน วิศวกรคู่ใจคอยเตือนคิมีรัวๆ ว่า “เฮ้ย นายล้ำ Track Limits ครบ 3 ครั้งแล้วนะ หยุดล้ำได้แล้ว!” ในขณะเดียวกัน ฝั่ง แลนโด นอร์ริส ก็ไม่น้อยหน้า เพราะ วิลล์ โจเซฟ วิศวกรของ แม็คลาเรน แอบกระซิบให้นอร์ริสเร่งเครื่องกดดันคิมี โดยบอกว่า “คิมีล้ำเส้นเกิน 3 ครั้งแน่นอน เตรียมโดนโทษได้เลย” ทั้งที่ตอนนั้น Race Control ยังไม่ได้ประกาศอะไรอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ (แหม… ข้อมูลวงในจัดๆ!)
พอจบเรซ สจ๊วตก็จัดหนัก ยืนยันบทลงโทษปรับ 5 วินาทีให้คิมีทันที โดยให้เหตุผลว่ามีการล้ำเส้นที่ตรวจไม่เจอในระหว่างแข่ง ทำให้ธงขาว-ดำ (คำเตือน) ถูกโบกช้าไปหน่อย คือไปโบกตอนล้ำครั้งที่ 4 แทนที่จะเป็นครั้งที่ 3 แต่ทางสจ๊วตบอกแบบกวนๆ ว่า “ถึงจะเตือนช้า แต่กฎก็คือกฎ คุณต้องทำตามระเบียบอยู่ดี” จบข่าว!
ถ้าคิมีจบอันดับ 2 ในเรซนี้ บอกเลยว่า 5 วินาทีนี้ทำเรื่องแน่ เพราะอาจจะโดนปัดตกไปอยู่อันดับตามหลังรัสเซลล์หรือนอร์ริสได้เลย แต่โชคดี (มั้ง?) ที่เขาโดนปรับตอนรีไทร์ไปแล้ว ทำให้โทษนี้ไม่มีผลต่ออันดับสตาร์ทในเรซหน้า ไม่ต้องกังวลเรื่อง Grid Penalty
ความเดือดไม่ได้จบแค่นั้น เพราะแม้แต่ตัวสจ๊วตเองยังแอบส่งสัญญาณให้ FIA รีบกลับไปทบทวนขั้นตอนและแนวทางปฏิบัติโดยด่วน เพราะยอมรับว่ามันมีความคลุมเครืออยู่เยอะจนชวนงง
ปิดท้ายด้วยตารางคะแนน แม้คิมีจะพลาดแต้มสำคัญในครั้งนี้ แต่เขาก็ยังนำโด่งเป็นจ่าฝูงของแชมเปียนชิพ โดยทิ้งห่าง ลูอิส แฮมิลตัน อยู่ 41 แต้ม ส่วน จอร์จ รัสเซลล์ ตามมาเป็นอันดับ 3 โดยตามหลังแฮมิลตันอยู่ 9 แต้ม งานนี้บอกเลยว่าการลุ้นแชมป์ปี 2026 ยังเดือดระอุแน่นอน!
ที่มา: motorsport.com