จากจุดต่ำสุดสู่จุดสูงสุด! ‘ลูอิส แฮมิลตัน’ เปิดใจน้ำตาซึม ฝันที่เป็นจริงกับชัยชนะครั้งแรกในสีแดงเพลิงที่บาร์เซโลนา

จากจุดต่ำสุดสู่จุดสูงสุด! 'ลูอิส แฮมิลตัน' เปิดใจน้ำตาซึม ฝันที่เป็นจริงกับชัยชนะครั้งแรกในสีแดงเพลิงที่บาร์เซโลนา

บอกเลยว่างานนี้มีน้ำตาซึม! ใครจะไปเชื่อว่าเส้นทางของเทพเจ้าอย่าง ลูอิส แฮมิลตัน กับการย้ายค่ายครั้งประวัติศาสตร์สู่ เฟอร์รารี่ จะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เป็นขวากหนามที่เกือบทำให้เขาถอดใจ แต่ล่าสุดในรายการ บาร์เซโลนา-กาตาลุนญ่า กรังด์ปรีซ์ 2026 แฮมิลตันก็ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่า ‘ของจริง’ ไม่ว่าจะผ่านอะไรมา สุดท้ายก็กลับมาผงาดได้อยู่ดี!

จุดตกต่ำที่ไม่มีใครรู้: ‘ผมเคยรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า’

ย้อนกลับไปปี 2025 ปีแรกที่เขาใส่ชุดสีแดง บอกเลยว่า ‘นรก’ ชัดๆ แฮมิลตันยอมรับแบบแมนๆ เลยว่าเขาตกอยู่ในสภาวะจิตใจที่ย่ำแย่ (Low Place) ถึงขั้นเคยนิยามตัวเองว่า ‘useless’ หรือไร้ประโยชน์ เพราะนอกจากผลงานในสนามที่ไม่เข้าตา ไม่สามารถขึ้นโพเดียมได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวแล้ว เขายังต้องทนสู้กับอาการบาดเจ็บตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ บาร์เซโลนา ซึ่งลากยาวมาหลายเดือนจนฟอร์มหลุดแบบกู้ไม่กลับ

แถมช่วงต้นปี 2026 ก็ยังโดนถล่มยับ โดยเฉพาะใน ญี่ปุ่น และ ไมอามี ที่โดนคู่หูร่วมทีมอย่าง ชาร์ลส์ เลอแคลร์ ทิ้งห่างจนกลายเป็นประเด็นดราม่าไปทั่วโซเชียล แฮมิลตันเผยว่าช่วงนั้นเขาปล่อยให้คำวิจารณ์ด้านลบเข้ามาทำร้ายจิตใจจนดิ่งลึก แต่จุดเปลี่ยนคือพลังจากแฟนคลับที่ตะโกนบอกเขาว่า “อย่าลืมว่าคุณคือใคร” ซึ่งมันกระแทกใจเขาอย่างแรงจนทำให้เขากลับมาตั้งสติได้

ปลดล็อก ‘The Matrix’ และการกลับมาของราชา

แฮมิลตันเล่าว่าเขาใช้วิธี ‘unplugging from the matrix’ หรือการตัดขาดจากโลกภายนอก กลับไปใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อนฝูง พร้อมกับโหมซ้อมร่างกายหนักที่สุดในชีวิตตั้งแต่ช่วงคริสต์มาส เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปี 2026 ซึ่งผลลัพธ์ก็เริ่มเห็นชัดจากการคว้าโพเดียมใน จีน และคว้าอันดับ 2 ที่ มอนทรีออล และ โมนาโก ก่อนจะมาจบที่ชัยชนะอันแสนหวานในครั้งนี้

“ผมมาจากจุดที่ต่ำมากจริงๆ เพื่อที่จะกลับมายืนตรงนี้ ผมคิดว่ามันคือการไม่ยอมแพ้ ไม่สงสัยในตัวเอง และพยายามต่อไปเรื่อยๆ” ลูอิส แฮมิลตัน กล่าวด้วยความตื้นตัน

อาวุธลับ ‘The Macarena’ และกลยุทธ์สุดโหด

ชัยชนะที่ บาร์เซโลนา ครั้งนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจาก เฟอร์รารี่ ที่ทำการบ้านมาหนักมาก มีการอัปเกรดแพ็คเกจใหญ่ ทั้งพื้นรถใหม่และปีกหน้า รวมถึงสิ่งที่แฮมิลตันเรียกร้องมาตั้งแต่ปีที่แล้วอย่าง ‘ท่อไอเสียส่วนท้าย’ และปีกหลังที่เขาตั้งฉายาให้ว่า ‘The Macarena’ ซึ่งทำให้รถมีสปีดดิบที่เทียบเท่าหรือเหนือกว่า เมอร์เซเดส เป็นครั้งแรกของฤดูกาล 2026

บวกกับความเก๋าในการบริหารจัดการยางระดับเทพ และกลยุทธ์การเข้าพิทที่ดุดันของทีมงาน ทำให้เขาสามารถคว้าชัยชนะครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024 มาครองได้สำเร็จ ซึ่งแฮมิลตันเผยว่านี่คือความฝันตั้งแต่เด็ก เพราะเขาเคยดู ไมเคิล ชูมัคเกอร์ ชนะที่นี่ในปี 1996 และใฝ่ฝันว่าวันหนึ่งจะได้ชนะในรถสีแดงคันนี้บ้าง

เสียงจากเพื่อนเก่าและก้าวต่อไป

ทางด้าน นิโก้ รอสเบิร์ก อดีตคู่ปรับและเพื่อนสนิท ก็ออกมายอมรับว่า “ผมรู้สึกเห็นใจเขามากในช่วงที่เขาดิ้นรนกับเฟอร์รารี่ มันเป็นภาพที่ดูแล้วทรมานใจจริงๆ แต่ตอนนี้เขากลับมาบินได้อีกครั้ง มั่นใจ และสนุกกับมัน ซึ่งการชนะครั้งนี้มันประวัติศาสตร์ชัดๆ”

แม้จะฉลองชัยชนะอย่างสุดเหวี่ยง แต่แฮมิลตันก็ไม่ลืมเตือนตัวเองว่าเส้นทางยังอีกยาวไกล เพราะ เมอร์เซเดส ยังคงนำโด่งในภาพรวม และเขามีสัญญาอยู่กับ เฟอร์รารี่ จนถึงสิ้นปี 2027 ซึ่งเขาเปรียบว่ามันคือ ‘ภูเขาสูงชัน’ ที่ต้องปีนขึ้นไปให้ถึงยอด

แฟนๆ เตรียมตัวให้พร้อม! สนามต่อไปคือ ออสเตรีย กรังด์ปรีซ์ วันที่ 26-28 มิถุนายน 2026 นี้ มาลุ้นกันว่าความมั่นใจที่กลับมาเต็มเปี่ยมจะพาแฮมิลตันไปได้ไกลแค่ไหน!


ที่มา: skysports.com

กลับหน้าแรก