
บอกเลยว่าเดือดจัด! ใครที่เคยสบประมาทว่าลุง Lewis หมดไฟ หรือย้ายไป Ferrari แล้วจะกลายเป็นแค่ตัวประกอบในทีมม้าลำพอง ต้องโดนตบหน้าฉาดใหญ่ด้วยชัยชนะที่บาร์เซโลนา-กาตาลุนญ่า เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา เพราะ ลูอิส แฮมิลตัน ไม่ได้แค่ชนะ แต่เป็นการคว้าแชมป์ครั้งแรกในสีเสื้อสีแดงเพลิง และเป็นชัยชนะครั้งที่ 106 ในชีวิตการแข่ง F1 ของเขาด้วย!
จากจุดต่ำสุด สู่จุดสูงสุดที่บาร์เซโลนา
ถ้าใครจำได้ ปี 2025 คือปีที่เลวร้ายที่สุดปีหนึ่งของแฮมิลตัน หลังจากย้ายจากเมอร์เซเดสที่อยู่มา 12 ปี มาซบเฟอร์รารี่ เขาไม่สามารถขึ้นโพเดียมได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว แถมจบอันดับ 6 ในตารางแชมป์โลก โดยตามหลังเพื่อนร่วมทีมอย่าง ชาร์ลส์ เลอแคลร์ ถึง 86 แต้ม จนหลายคนเริ่มวิจารณ์ว่า ‘แก่เกินแกง’ หรือ ‘ปรับตัวไม่ได้’
แต่ตัดภาพมาที่ปี 2026 แฮมิลตันกลับมาผงาดอีกครั้ง หลังจากได้อันดับ 2 สองสนามติดกัน และมาปิดจ็อบคว้าแชมป์ที่บาร์เซโลนา ส่งผลให้ตอนนี้เขาทะยานขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ของตารางคะแนนสะสมไล่จี้ คิมี อันโตเนลลี เจ้าหนูมหัศจรรย์จากเมอร์เซเดส (คนที่มาเสียบแทนที่แฮมิลตัน) ที่โชคร้ายเครื่องยนต์ระเบิดจนต้องรีไทร์ในช่วงท้ายเกม
แลนโด นอร์ริส จัดให้! คำชมแบบกวนๆ แต่จริงใจ
ทางด้าน แลนโด นอร์ริส แชมป์โลกปี 2025 ที่คว้าอันดับ 3 ในสนามนี้ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แบบถึงพริกถึงขิงว่า “มันเป็นอะไรที่พิเศษมากครับ ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเขายกระดับการขับขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ตอนแรกเราอาจจะคิดว่าใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนเขาได้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะรีดทุกอย่างที่มีออกมาได้หมดแล้ว ผมโตมากับการเป็นแฟนตัวยงของลูอิส แม้ตอนนี้อาจจะไม่เชิงว่าเป็นแฟนคลับจ๋าขนาดนั้น แต่ผมยังคงชื่นชมเขา ในฐานะแชมป์โลก 7 สมัย มันน่าดีใจที่เห็นเขากลับมา และการได้เห็นพาร์ทเนอร์ชิประหว่างเขากับเฟอร์รารี่เริ่มออกดอกออกผลแบบนี้มันเจ๋งมาก ผมแค่หวังว่าเขาจะไม่แรงแบบนี้ทั้งซีซั่นนะ เพราะผมอยากสู้กับเขาให้มากกว่านี้ แต่ก็นั่นแหละ ดีใจกับเขาด้วย คุณเห็นเลยว่าชัยชนะนี้มีความหมายกับเขาแค่ไหน เพราะเขาโดนคนพูดจาแย่ๆ ใส่เยอะมาก โดนถล่มในโลกโซเชียลเพียบ ดังนั้นการชนะครั้งนี้มันเหมือนการที่เขาได้ชูนิ้วกลางใส่คนพวกนั้นทุกคนเลยครับ”
เสียงสะท้อนจากคู่แข่งและเพื่อนร่วมทีม
ไม่ใช่แค่แลนโดที่ปลื้ม เพราะ จอร์จ รัสเซลล์ (อันดับ 2 ของสนาม) ก็บอกว่า “ยินดีกับลูอิสด้วย เขาแข่งได้น่าประทับใจมาก ผมไม่คิดว่าเราจะได้เห็นความเร็วระดับนี้จากเขาและเฟอร์รารี่ การตัดสินใจย้ายทีมครั้งนี้มันกล้าหาญมาก และตอนนี้มันพิสูจน์แล้วว่าเขาจะเป็นตัวอันตรายของจริงในฤดูกาลนี้”
ขณะที่ ชาร์ลส์ เลอแคลร์ ที่ออกสตาร์ทอันดับ 10 เพราะชนใน Q3 และต้องเจอปัญหาพวงมาลัยพาวเวอร์ในช่วงท้ายจนจบอันดับ 6 ก็ยอมรับว่า “ลูอิสสุดยอดมากใน 3 สนามหลังสุด เขาคู่ควรกับชัยชนะนี้ ตอนนี้เป็นหน้าที่ของผมที่ต้องยกระดับตัวเองขึ้นมาและหาความมั่นใจกับรถคันนี้ให้เจอ”
ส่วน คาร์ลอส ซายน์ซ ที่ตอนนี้ย้ายไปอยู่กับวิลเลียมส์ และจบอันดับ 12 ได้วิเคราะห์อย่างน่าสนใจว่า “กีฬาชนิดนี้ไม่มีความลับครับ ทุกคนมีพรสวรรค์ แต่รถบางคันเข้ากับเรา บางคันไม่เข้า ลูอิสสมควรได้รับคำชมที่พลิกสถานการณ์จากปีที่แล้วได้ รวมถึงเขาได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนกฎระเบียบด้วย เพราะถ้าต้องทนกับรถปีที่แล้วอีก 3 ปี เราอาจไม่ได้เห็นลูอิสในเวอร์ชันเทพแบบนี้”
บทสรุปความมันส์
สนามนี้สรุปได้ว่า แฮมิลตันกลับมาแล้ว! ส่วนเรดบูลล์ เรซซิ่ง ของ แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน ที่จบอันดับ 4 ดูเหมือนจะยังมีปัญหาเรื่องความเร็วที่หายไปอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ งานนี้บอกเลยว่าการลุ้นแชมป์ปี 2026 เดือดแน่นอน ใครจะอยู่ใครจะไป เดี๋ยวแอดจะเกาะติดขอบสนามรายงานให้ฟังแบบเรียลไทม์!
ที่มา: motorsport.com