
บอกเลยว่าแมตช์นี้มีน้ำตา! สำหรับใครที่เคยสบประมาทว่า ‘ลูอิส แฮมิลตัน’ หมดไฟ หรือแก่เกินแกงหลังจากฟอร์มกากในช่วงปี 2025 กับทีมม้าลำพอง วันนี้เขาเพิ่งตบหน้าทุกคนด้วยการคว้าชัยชนะที่ บาร์เซโลนา-กาตาลุนญ่า กรังด์ปรีซ์ 2026 ไปแบบหล่อๆ ซึ่งนับเป็นชัยชนะครั้งที่ 106 ในอาชีพ และเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีที่เขากลับมาขึ้นโพเดียมอันดับ 1 แถมยังเป็นการชนะครั้งแรกในสีเสื้อ เฟอร์รารี่ อีกด้วย!
จากจุดต่ำสุดสู่จุดสูงสุด: การกลับมาของ Sir Lewis
ถ้าใครจำได้ ปี 2025 ของแฮมิลตันกับ เฟอร์รารี่ คือฝันร้ายชัดๆ เจ้าตัวถึงกับเคยยอมรับว่า “ผมเคยสงสัยในความสามารถของตัวเองว่าผมยังมีของดีเหลืออยู่ไหม” แต่หลังจากพักเบรกช่วงปิดซีซั่นแบบจัดเต็ม พร้อมการสนับสนุนจากทีมวิศวกรชุดใหม่ แฮมิลตันก็กลับมาผงาดอีกครั้ง
ในเรซนี้ เฟอร์รารี่จัดหนักส่งอัปเกรดชุดที่สองลงสนาม แม้ช่วงควอลิฟายความเร็วรอบเดียวจะไม่ได้โดดเด่นมาก แต่พอเข้าสู่ช่วงแข่งจริง ท่ามกลางอากาศร้อนระอุ รถของ เฟอร์รารี่ กลับจัดการกับยางได้เหนือชั้นกว่าใครเพื่อน จนทำให้แฮมิลตันขับกดคู่แข่งได้อยู่หมัด ซึ่งทางด้าน เฟรด วาสเซอร์ บอสใหญ่ของทีมยังมั่นใจสุดๆ ว่า “ลูอิสจะชนะอยู่ดี ต่อให้ไม่มีช่วง Virtual Safety Car (VSC) มาช่วยก็ตาม”
ฝันร้ายของ เมอร์เซเดส และความซวยของเด็กปั้น
ตัดภาพมาที่ฝั่ง เมอร์เซเดส บอกเลยว่า ‘พังพินาศ’ คิมี อันโตเนลลี ต้องออกจากการแข่งขันเพราะเครื่องยนต์ระเบิด (Power Unit trouble) ทำให้แต้มในตารางแชมป์โลกเหวี่ยงไปหา จอร์จ รัสเซลล์ เพื่อนร่วมทีมถึง 21 คะแนนทันที! แต่ใช่ว่า รัสเซลล์ จะแฮปปี้ เพราะเจ้าตัวบ่นอุบเรื่องบาลานซ์รถที่แย่มากเมื่อใช้ยาง Hard แถมก่อนหน้านี้ทั้งคู่ก็เพิ่งเจอเครื่องพังที่ มอนทรีออล มาหมาดๆ
งานนี้ โตโต้ วูล์ฟฟ์ ถึงกับเดือดจัด สับยับทีมตัวเองว่านี่คือ “เรซที่ไร้ประโยชน์สิ้นดี” หลังจากต้องมาเห็นอดีตลูกรักอย่างแฮมิลตันขับฉลองชัยต่อหน้าต่อตา
ดราม่ารอบสนาม: อลอนโซ่ กับการลาจาก?
อีกหนึ่งเรื่องที่บีบหัวใจแฟนความเร็ว คือ เฟอร์นันโด อลอนโซ่ ที่ระบายความอัดอั้นว่ารถของ แอสตัน มาร์ติน ตอนนี้มันน่าผิดหวังสุดๆ แถมเจ้าตัวยังควอลิฟายรั้งท้ายอันดับ 22 และต้องออกจากการแข่งขันเพราะปัญหาแบตเตอรี่
ที่ช็อกกว่านั้นคือ อลอนโซ่ แย้มว่าเรซที่ บาร์เซโลนา ครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายของเขาที่นี่ เพราะ F1 จะไม่กลับมาแข่งที่นี่จนกว่าจะถึงปี 2028 ซึ่งตอนนั้นเขาจะมีอายุถึง 46-47 ปีแล้ว แถมยังมีข่าวลือหนาหูว่าเขาอาจจะรีเทิร์นกลับไปซบ อัลพีน เป็นครั้งที่ 4 อีกด้วย!
เก็บตกความซวยและชัยชนะเล็กๆ
- นิโค ฮูลเคนเบิร์ก (ออดี้): เจอความซวยระดับเลเวลตัน เมื่อเศษกรวดที่กระเด็นมาจากรถของ เลียม ลอว์สัน ดันไปโดนปุ่ม ERS kill switch ทำให้รถดับกลางอากาศและต้องรีไทร์แบบงงๆ
- อัลพีน: ใช้กลยุทธ์ VSC Pitstop ได้อย่างเฉียบคม ทำให้ ปิแอร์ แกสลีย์ จบอันดับ 7 ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า “ถ้ามีคนบอกผมตั้งแต่วันศุกร์ว่าจะจบ P7 ผมเซ็นสัญญาตกลงทันทีเลยครับ ผมพอใจมากที่เราทำทุกอย่างถูกต้องในวันนี้” ส่วน ฟรังโก้ โคลาปินโต้ จบ P10 หลังจากโดนปรับเวลา 10 วินาทีฐานฝ่าธงเหลือง
- แคดิลแลค: เริ่มมีบทบาทชัดเจนขึ้นในกริด โดยเฉพาะการขับเคี่ยวของ แลนซ์ สโตรลล์ และทีมแคดิลแลคในช่วงควอลิฟาย
ปิดท้ายด้วยคำพูดสุดแสบจาก แลนโด นอร์ริส ที่มองว่าชัยชนะของแฮมิลตันในครั้งนี้ คือการ “ชูนิ้วกลาง” ใส่ทุกคนที่เคยสบประมาทว่าลูอิสหมดสภาพ! บอกเลยว่าปี 2026 นี้ ศึกระหว่าง เฟอร์รารี่ และ เมอร์เซเดส เดือดกว่าภูเขาไฟระเบิดแน่นอน!
ที่มา: motorsport.com